home about history activity forum contactus
 
     
 

คณะต่างๆที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย

ระดับปริญญาตรี (Bachelor Degree)

ระยะเวลาของหลักสูตร   :  3 ปี

คณะและหลักสูตรต่างๆที่นักศึกษาสามารถเลือกเป็นวิชาหลักได้ดังนี้

  • ภูมิศาสตร์ (Geography)
  • ประวัติศาสตร์ (History)
  • รัฐศาสตร์ (Political Science)
  • อิสลามศึกษา (Islamic Studies)
  • สังคมวิทยา ( Sociology)
  • พลศึกษา (Physical Education)
  • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • จิตวิทยา (Psychology)
  • ศึกษาศาสตร์ (Education)
  • ภาษาอาหรับ ( Arabic)
  • ภาษาศาสตร์ (Linguistics)

คุณสมบัติพื้นฐานเพื่อศึกษาต่อคณะดังกล่าว

                สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย  หรือหลักสูตรเทียบเท่า  โดยมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า50 % ยกเว้น วิชาภูมิศาสตร์ เกรดเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 55%

หมายเหตุ

                นักศึกษา  สามารถเลือกวิชาหลักได้หนึ่งวิชาจากคณะต่าง ๆ ดังกล่าว  และนักศึกษาจะต้องเลือกวิชารองอีกสองวิชาจากหกกลุ่มวิชาข้างล่างนี้  (นักศึกษาเลือกได้สูงสุดหนึ่งวิชาจากแต่ละกลุ่ม)

  • ภาษาอาหรับ  (Arabic) , ภาษาเปอร์เซีย (Persian), ภาษาสันสกฤต (Sanskrit) และ เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • ภาษาอังกฤษ ( English), ปรัชญา (Philosophy),  เอเชียตะวันตก/ตะวันออกกลางศึกษา (West Asian Studies) สถิติ (Statistics)
  • ภาษาอุรดุ (Urdu) ฮินดู(Hindi) สังคมศึกษา (Sociology), คณิตศาสตร์ (Mathematics) ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (Communicative English)
  • ภาษาศาสตร์ (Linguistics), รัฐศาสตร์ (Political Science), วิจิตรศิลป์ (Fine Arts)
  • ประวัติศาสตร์ ( History), จิตวิทยา (Psychology), อิสลามศึกษา (Islamic Studies),  ภูมิศาสตร์ (Geography)
  • ท่องเที่ยว (Tourism) ศาสนศาสตร์(Theology) ศึกษาศาสตร์ (Education), บรรณรักษ์ศาสตร์(Library Science)

วิชาสถิติ  สำหรับคนที่เรียนคณิตศาสตร์มาแล้ว  จำต้องเรียนหลักสูตรที่มีวิชาคณิตศาสตร์ด้วย   นักศึกษาที่ไม่เคยลงเรียนจะได้รับการผ่อนผัน โดยไม่มีหลักสูตรคณิตศาสตร์

ในวิชาสถิติและคณิตศาสตร์  ถ้าเลือกจะลองเป็นวิชารอง  จะต้องมีวิชาเศรษฐศาสตร์เป็น

วิชาหลัก

ระดับปริญญาโท (Master Degree)

ในระดับปริญญาโท ภายใต้ศิลปะศาสตร์นั้น นักศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติ แตกต่างกันไปในแต่ละรายวิชา

1. เศรษฐศาสตร์ (Economics)

ระยะเวลา : 4 เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

                 สำเร็จปริญญาตรี (ศิลปะศาสตร์) โดยมีคะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 55% และได้คะแนนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ 55% เช่นกัน หรือ สำเร็จวิทยาสตร์บัณฑิตโดยมีคะแนนเฉลี่ยรวม 55% และได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ และสถิติไม่ต่ำกว่า 60% หรือ จบปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจ  โดย มีคะแนนเฉลี่ยรวม อย่างน้อย 55%

2. ภูมิศาสตร์ (Geography)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

                สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยมีวิชาภูมิศาสตร์ เป็นตัวหลัก หรือรองก็ได้ และต้องมคะแนนเฉลี่ยราม 55%และได้คะแนน55% ในวิชาถูมิศาสตร์

3. ประวัติศาสตร์ (History)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

                สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์บัณฑิตและพาณิชยาการ ก็ได้โดยมี คะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 55% หรือวุฒิเทียบเท่า

4. ศาสนศาสตร์ (Theology)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

                สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ใน หลังสูตรที่พื้นฐานด้านศาสนาแล้ว โดยมีคะแนนเฉลี่ย 50% ต้องจบสถาบันศาสนาโดยมีคะแนนมากกว่า 50%

5. รัฐศาสตร์ และ บริหารรัฐกิจ (Political Sciences & Public Administration)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

                สำเร็จการศึกษาในปริญญาตรี สาขาศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์บัณฑิต พานิชยาการ โดยมีคะแนนรวมเฉลี่ย 50%

6.จิตวิทยา (Psychology)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

 สำเร็จการศึกษาในปริญญาตรี หรือเทียบเท่าโดยมีวิชาจิตวิทยา เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่เคยศึกษาและ มีคะแนนเฉลี่ยรวม 50%

7.สังคมศึกษา (Sociology)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พาณิชยาการ โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวม 50%

8. ตะวันออกกลาง/เอเชียตะวันตกศึกษา (West Asian Studies)

ระยะเวลา : 4เทอม (2ปี)

คุณสมบัติของ นักศึกษา

ในคณะดังกล่าว น .ศ. จะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้าน สังคมศาสตร์ หรือ ภูมิศาสตร์ โดยมีคะแนนรวมเฉลี่ยแล้ว 50%

* นักศึกษาในสาขาศิลปะศาสตร์ (นักศึกษาต่างชาติ) จะไม่มีการสอบเอนทราน ทาง มหาวิทยาลัยจะทำการพิจารนา จากเกดเฉลี่ยรวมของนักศึกษา

*เนื่องจากเว็บของเราอยู่ในขั้นต่อการพัฒนาและจัดทำข้อมูล จึงไม่สามารถเสนอรายระเอียดข้อสาขาวิชาทั้งหมด 250 สาขาวิชาได้ในขณะนี้  

คำแนะนำของรุ่นพี่จากคณะต่างๆ

 คณะ ARABIC DEPARTMENT (M.A.)

  • เป็นแผนกวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวรรณคดีอาหรับ  ตั้งแต่ยุคก่อนอิสลาม ( pre-Islamic period ) ถึงยุคปัจจุบัน ( modern period ) รวมทั้งบทกวี ร้อยแก้ว  กระทั่งบทความต่างๆที่เน้นหนักไปทางด้านการใช้ภาษาที่หลากหลาย,สวยงาม

รูปแบบการสอน:

  • ใช้ภาษา อาหรับและอังกฤษเป็นหลัก  สำหรับนักเรียนต่างชาติ ส่วนนักเรียนพื้นที่ก็จะใช้ภาษาอุรดู
  • บรรยากาศการเรียน : เรียนรวมกับนักเรียนพื้นที่  จึงทำให้มีโอกาสได้ฝึกภาษาทั้งอาหรับและอังกฤษ อุรดู ได้อย่างเต็มที่
  • Duration: 2ปี: (4 semesters)
  • ที่ ตั้งของตึกอาราบิค เป็นสถานเดียวกันกับตึกอิสลามมิคบรรยากาศ ล้อมรอบด้วยต้อนไม้ตรงกลางมีสวนคอกไม้และสนามหญ้าเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
  • ห้องสมุดอาราบิค   จะใช้รวมอิสลามิคเราสามารถค้นคว้าวรรณกรรมชื่อดังต่างๆได้ที่นี่

คณะ ENLISH  LITERATURE  ( M.A.)

  • เรียนเรื่องของวรรณกรรมล้วนๆ ทั้ง โคลงกลอน บทละคร บทความของนักเขียนอังกฤษ ในยุคสมัยต่างๆ
  • จะเป็นเรื่องของการตีความหมายของวรรณกรรมจะไม่เกี่ยวข้องกับ grammar ใดๆทั้งสิ้น
  • ยังมีเรื่องของ criticism ที่เขียนโดย นักวิจารณ์วรรณกรรมต่างๆที่มีชื่อ
  • ในปีแรกๆจะเรียนวรรณกรรมในอังกฤษ 5ยุค ตั้งแต่สมัย Elizabethan & Jacobean prose and drama จนไปถึงยุค Victorian age.
  • ในปีสอง จะมีวิชาเลือก โดยเลือก 2วิชา จากวิชาดังนี้ American Literature, Continental Literature, English Language Fetching, Commonwealth literature, Continental Drama and Fiction.
  • นอกจากนี้ในปีสองยังมีวิชาบังคับ คือ Literary criticism เกี่ยวกับการวิเคราะห์บทความ หรือโคลงกลอน และมีเขียนเรียงวรรณกรรมที่อยู่ในสมัย ระหว่าง Chaucer กับ Milton. วรรณกรรมในสมัยของ Modern British หลังปี 1950
  • ในเทอมหนึ่งๆ นักศึกษาต้องทำรายงานทั้งหมด 5 เล่มสอบสัมภาษณ์ 5 วิชา ทั้งหมดที่เรียนทั้งเทอม และสอบข้อเขียน วิชา 2ครั้งเรียนทั้งหมด 6 วัน วันละ5 คาบ

คณะ THEOLOGY ( M.A.)

            คือ  คณะนิติศาสตร์อิสลาม  ซึ่งมีวิชาที่เปิดทำการสอน  อาทิ 

  • ตัฟซีร
  • ฮาดิษ
  • ฟิกฮ์
  • ประวัติศาสตร์อิสลาม
  • ศาสนาเปรียบเทียบ
  • หลักพิจารณาอัลกุรอ่าน
  • หลักพิจารณาฮาดิษ
  • วิชาอังกฤษ

โดยภาษาที่ใช้สอน

  • ภาษาอุรดุ   ( สำหรับนักศึกษาอินเดีย )
  • ภาษาอาหรับ   ( สำหรับนักศึกษาต่างชาติ )

คณะ   Theology ก็จะเริ่มเรียนตั้งแต่สองโมงเช้า ซึ่งจะเริ่มเรียนก่อนคณะอื่น ๆ และเรียนเสร็จตอนบ่าย ซึ่งแต่ละวันจะเรียนวันละประมาณ 5-6 คาบ

บรรยากาศในคณะ   Theology บริเวณโดยรอบของคณะมีสวนดอกไม้ความโดดเด่นของสวนก็คือ สวนนี้เป็นรูปหัวใจ โดยมีดอกไม้หลากหลายสีสัน นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดกว้างขวาง ตั้งอยู่ภายในคณะ และมีหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาษาอาหรับหรือ ภาษาอุรดู ด้านหน้าคณะมี canteen ที่ใหญ่ที่สุดในมหาวิทยาลัยอาลิการ์ ตั้งอยู่มีอาหารขายมากมาย 

                คณะ  Theology นี้มีนักศึกษาไทยที่กำลังทำด็อกเตอร์อยู่สองคนด้วยกัน 

คณะ   Commerce

                เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับการบริหาร

วิชาที่เรียน

  • การเงิน. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ( HRM ) การจัดการองค์กร . ภาษี . บัญชี . การจัดการ

คณะที่ควรจบมาก็น่าจะเป็น   บริหาร . การจัดการ . หรือถ้าหากจบพาณิชมาจากไทยก็ได้

ปริญญาตรี

  • ควรจะมีทักษะในด้าน   คณิตศาสตร์  หรือมีความชอบด้านตัวเลข (คิดเลข) 

ปริญญาโท

  • บริหาร.   การเงิน. บัญชี.  หรือคณะอื่นที่เกี่ยวข้อง

บรรยากาศการเรียนในห้องและคณะ

                ตึกเรียน  Commerce เป็นคณะที่ไม่ขึ้นกับคณะไหน คือเวลาเดินเรียนหรือต้องการจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร สามารถทำที่ คณะได้เลย

ส่วนเรื่องของห้องเรียน (ผู้ชาย) ปริญญาโทจะเรียนห้องเดียวทุกวัน (ไม่ต้องเดินเรียน)

ปริญญาตรี   จะเปลี่ยนห้องเรียนตามวิชาที่เรียน  แต่ก็จะอยู่ภายในบริเวณตึกเดียวกัน (คือเดินไม่ไกล) เวลาเรียนส่วนใหญ่จะเริ่มประมาณแปดโมงเช้า และเลิกไม่เกินบ่ายสาม (อย่างช้าสุด)

อาจารย์ที่สอน

                จะมีไม่กี่คน  ส่วนมากจะชอบให้นักเรียนชาวต่างชาติเข้าไปหา เข้าไปคุย

คำแนะนำ

                คือ  ความคิดเห็นส่วนตัวนะ  ถ้าจะมาเรียนปริญญาโท commerce ที่นี่นะ ผมคิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องยาก  แต่อีกคณะที่น่าสนใจมากกว่าคือ  MBA เพราะมันค่อนข้างจะเป็นสากลมากกว่า  ส่วนเรื่องของข้อดีข้อเสีย คือ MBA จะแพงกว่า commerce ในการเรียน และจากที่ฟังเพื่อนเล่ามาคือ  จะมี Presentation เกือบทุกอาทิตย์ แต่เรื่องคะแนน จะติดเกณฑ์ผ่านทีประมาณ 32-36 ซึ่งเหมือน ๆปริญญาโทคณะอื่น ๆ ทั่วไปที่นี่ แต่สำหรับ commerce จะติดคะแนนผ่านที่ 45 แต่จะไม่ค่อยมีเรื่องของ Presentation  ส่วนเรื่องของ รายงาน ผมคิดว่าน่าจะมีเหมือนกันทุกคณะ สำหรับปริญญาโท แต่ commerce มีรายงานต้องทำ แต่รายงานนั้นจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคะแนนเก็บกลางภาค

เรื่องของการสอบ และคะแนน

มีการสอบ  2  ครั้ง 

1.  กลางภาค 30 คะแนน (โดยสอบครั้งเดียว ไม่มีรายงาน)

 2.  ปลายภาค 70 คะแนน (จาก 3 unit ข้อสอบ 6 ข้อ เลือกทำ 3 ข้อ)

               ตัดคะแนนที่  45  คะแนน

* จริง ๆ แล้วในคณะ commerce มีหลายสาขา

    MFC (Master of finance of control) จะเน้นหนักไปทางด้าน การเงินการบัญชี

    MTA (Master of Tourism Administration) การบริหารการท่องเที่ยวแต่ มีเด็กเรียนไม่เยอะมากและก็มีเรียนแบบ Past- time ด้วยนะ แต่ไม่รู้เวลาเรียนที่แน่นอน

* ในคณะบริหารธุรกิจ ก็ไม่ใช่แต่ MBA (Master of International Business Management)

                ทั้งสองแผนกนี้ เน้นหนักทางด้านการ  Presentation และก็รายงานหน้าห้อง เสริมทักษะทางด้านความกล้า และการทำงานเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกว่า Group Discussion สร้างความเป็นผู้นำ แต่คณะ commerce จะเน้นทางด้านบัญชีกับการคำนวณมากนิดหนึ่ง

คณะ Linguistic

  • ทุกสาขาที่จบมาสามารถเรียนต่อคณะนี้ได้
  • เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการศึกษาในเรื่องของภาษาศาสตร์   การออกเสียง  ภาษาเปรียบเทียบ  ประเภทของเสียง  หลักการอ่านสัญลักษณ์ของเสียงในภาษา  รวมถึงต้นกำเนิดของเสียงในภาษา
  • วิธีการสอบ   เขียนและบรรยายถึงความเข้าใจในแต่ละบทเรียน ความมากน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และบางวิชาอาจมี Assignment หรือ Presentation ขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอนรายวิชา
  • ฝึกทักษะการออกเสียงที่ถูกต้อง และวิธีอ่านสัญลักษณ์ของเสียงในภาษาอังกฤษ

คำแนะนำ

        คณะนี้จะดีตรงที่อาจารย์ผู้สอนของคณะนี้ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษล้วน  ได้ฝึกการออกเสียงที่ถูกหลัก เป็นวิชาที่เรียนสบายๆ ไม่ซับซ้อน  จริงๆแล้วแต่ละคณะความยากง่ายจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวมากกว่า   หากจะให้แนะนำว่าเรียนคณะไหนดี น่าจะเป็นคณะที่ตัวเองสนใจและอยากเรียนจริงๆ เพราะจะทำให้การเรียนของเราสนุกและไม่น่าเบื่อ และหากใครสนใจเรื่องของภาษาศาสตร์จริงๆ ก็เป็นคณะหนึ่งที่น่าศึกษาเหมือนกัน

คณะ Political science

คณะรัฐศาสตร์ แบ่งออกเป็น 3  สาขาใหญ่ๆ

1 รัฐศาสตร์  Political science

2 บริหารรัฐกิจ Public Administration

3 สิทธิมนุษยชน  Human right

สาขาวิชารัฐศาสตร์  Political science

  • คณะรัฐศาสตร์มีการแบ่งออกเป็น 4 เทอม แต่ละเทอมมี 5 วิชา โดยแต่ละเทอมในเทอม 1และ 2 แต่ละสาขาจะมีการกำหนดวิชาเรียนให้ สำหรับสาขารัฐศาสตร์ เทอมแรกและเทอมสอง เนื้อหาวิชาเรียนจะเป็นเนื้อหากว้างๆ แนวเปรียบเทียบและวิเคราะห์ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ การเมืองเปรียบเทียบ แนวคิดด้านการเมืองในแต่ละยุค กฎหมายระหว่างประเทศ หลักการบริหารรัฐกิจ เป็นต้น
  • ในเทอม 3 และ 4 เราสามารถเลือกวิชาเรียนเองได้ ส่วนเรื่องวิชาเรียนในแต่ละปี จะเหมือนเดิม หรืออาจมีเปลี่ยนรายวิชาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการเมืองในประเทศต่างๆ เช่น การเมืองในเอเชียใต้ การเมืองในเอเชียตะวันตก องค์กรระหว่างประเทศ
  • แต่ละวิชาจะมีการแบ่งเนื้อหาปลีกย่อย ออกเป็น 3 unit  เทอมหนึ่งจะสอบเก็บคะแนน 3 ครั้ง ในแต่ละเทอมจะเอาคะแนนที่ดีที่สุดเพียง2 ครั้ง คะแนนเต็ม 25 บวกกับ คะแนนสอบ 75 คะแนน และทุกปีจะมีการสอบสัมภาษณ์ 1 ครั้ง

คำแนะนำ

ทุก คนที่ต้องการจะมาเรียนที่นี่ทุกสาชาวิชาแนะนำให้เรียนภาษาอังกฤษมาก่อน เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำความเข้าใจเวลาเข้าเรียนและอีกสิ่งหนึ่งคือ   การมาที่นี่ด้วยความตั้งใจอยากมาเรียนในสาขาวิชานั้นๆจริงๆเพราะแต่ละสาขา วิชาในตอนแรกทุกคนอาจเจอปัญหาในเรื่องของภาษา ด้วยความแตกต่างในเรื่องของสำเนียง แต่ความเคยชิน จะทำให้ดีขึ้น ถ้าเราตั้งใจอยากรู้ในเรื่องนั้นจริง ทุกอย่างจะไม่มียากเกินไป

สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ Public Administration

เนื้อหาวิชา

      เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ เทคนิค และกระบวนการบริหารงาน ตั้งแต่การวางนโยบายของรัฐ การวางแผนองค์กร, การจัดการรูปองค์กร, การบริหารงานบุคคล , การบริหารงานสาธารณะ และ เทคนิคเชิงประมาณ  มีบางวิชาจากภาควิชารัฐศาสตร์ เช่น ปรัชญาแนวคิดรัฐศาสตร์ ในเทอมแรกจะเรียนเกี่ยวกับ วิชาที่ภาควิชากำหนดให้   ในปีที่ 2 จะเป็นวิชาที่เราเลือกได้เองตามความสนใจ ในภาควิชานี้จะมีเพียงหลักสูตรปริญญาโท 2 ปี สำหรับปริญญาตรี ไม่มี

สาขาวิชา  สิทธิมนุษยชน   Human right

      สาขาวิชานี้ จะกำหนดนักศึกษาไม่เกิน 25 คน

ระบบการเรียนการสอน

        ในแต่ละวิชามีการเป็นการบรรยาย ไม่มีการเขียนอธิบาย จะสอนตาม syllabus ทั้งหมด 3 unit แต่ละ unit จะมี 3 หัวข้อ เมื่อสอนครบหนึ่งunit จะมีการสอบเก็บคะแนน โดยการออกข้อสอบมา 2 ข้อ ให้เลือกทำ 1 ข้อ คะแนนเก็บเต็ม 12.5 โดยมีการสอบ 2 ใน 3 unit รวมคะแนนเก็บทั้งหมด 25 คะแนน มีการสอบใหญ่ คะแนนเต็ม 75  รวมเป็น100 คะแนน เกณฑ์ขั้นต่ำสุดคือ 36 คะแนน

        เวลาเรียนจะต้องเข้าเรียน 75 % ขึ้นไปของเวลาเรียนทั้งหมด ครูผู้สอนจะใช้อังกฤษในการสอนทั้งหมด และเมื่อขึ้นปี 2 จะมีการสอบปากเปล่า

        เนื้อหาการเรียนส่วนใหญ่อาจารย์จะอ้างถึงการบริหารการปกครองที่เกี่ยวข้องกับอินเดีย และอังกฤษเป็นส่วนใหญ่

คำแนะนำ

        การเรียนสาขาวิชาบริหารรัฐกิจใน Aligarh หรือที่ India โปรดอย่าสับสนกับความเป็นจริง ขอให้เข้าใจว่าเป็นวิชาที่เรียนง่าย และ สนุก แต่ยากในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในอินเดียจะใช้ทฤษฎีที่ว่า ความสับสน วุ่นวายที่ลงตัว   ทฤษฎีจะอธิบายเข้าใจยากแต่ต้องลงสนามเองถึงจะเข้าใจ

คณะ Fine Art ศิลปกรรม ระดับปริญญาโท

เทอมแรก

              มี 5 วิชา 

      ภาคปฏิบัติ     3   วิชา

  • composition = Figure / การจัดองค์ประกอบของรูปร่างคน
  • ทำงานส่ง 5 ชิ้น  ( ทั้งเทอม )
  • สอบเก็บคะแนน        1          ชิ้น      20        คะแนน
  • สอบปลายภาค           1          ชิ้น      75        คะแนน

2. Lanscape   /  ภาพทิวทัศน์

            - ทำงานส่ง    5          ชิ้น      (ทั้งเทอม)

            - สอบเก็บคะแนน    1          ชิ้น      20        คะแนน

            - สอบปลายภาค       1          ชิ้น      75        คะแนน

            (ส่วนใหญ่จะให้วาดภาพในมหาลัย)          

        3. Portrait         / ภาพคนครึ่งตัว

      - ทำงานส่ง      8          ชิ้น       (ทั้งเทอม)

      - สอบเก็บคะแนน        1          ชิ้น       20        คะแนน

      - สอบปลายภาค           1          ชิ้น       75        คะแนน

*หมายเหตุ

- สอบเก็บคะแนน โดย ให้ทำงานจากที่บ้านส่ง

- สอบปลายภาค    โดย จะให้เวลา 2 วัน เพื่อสอบปลายภาค เป็นการสอบในห้อง

- ขนาดของภาพ     ส่วนใหญ่ขนาดกระดาษ 100 ปอนด์

ภาคทฤษฎี              2          วิชา

      1. Philosophy of Art    ปรัชญาศิลป์

                  -  จดตามอาจารย์  (เนื้อหา) มี 4 บท

                  -  มีการสอบเก็บคะแนน          1       บท          20        คะแนน

                  -  สอบปลายภาค                      4       บท          75        คะแนน

      2. History  of   Art       / ประวัติศาสตร์ศิลป์

                  - เนื้อหาจดตามอาจารย์มี         4          บท

                  - สอบเก็บคะแนน                    1          บท       20        คะแนน

                  - สอบปลายภาค                       4          บท       75        คะแนน

**หมายเหตุ

                  - เรียนภาคทฤษฎี         ส่วนใหญ่อาจารย์จะพูดภาษา อูรดู

                  - การสอบเขียนภาษาอังกฤษ

                  - บางวิชาจะมีการสอบ            สัมภาษณ์   1   บท

เทอม 2       มี  5  วิชา

                  ภาคปฏิบัติ       3          วิชา

                  ภาคทฤษฎี       2          วิชา

ภาคปฏิบัติ              3          วิชา

      1. Figure    composition / องค์ประกอบรูปร่างคน

      2. 3 D  / สามมิติ

      3. Mural  / ภาพติดผนัง

ภาคทฤษฎี    2   วิชา

  • Philosophy  of  Art / ปรัชญาศิลป์
  • History   of  Art / ประวัติศาสตร์

เทอม 3  และ  4

            - เทอม 3    มี    5   วิชาเหมือน เทอม 1 และ 2

            - ส่วนเทอม 4 มีการทำวิจัย และ สอบสัมภาษณ์